5 จุดชมซากุระในโตเกียว ที่ไม่ควรพลาด

ตอนนี้ใกล้เวลาดอกซากุระบานแล้ว หลายๆคนคงกำลังเตรียมตัวว่าจะไปเที่ยวชมซากุระที่ไหนดี วันนี้ผมมาแนะนำ 5 แห่ง สำหรับชมดอกซากุระบาน ที่ไม่ควรพลาดครับ โดยแต่ละสถานที่มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ต่างๆกันไปครับ

Meguro river

เริ่มกันด้วยที่แม่น้ำ Meguro ทั้งสองข้างทางของแม่น้ำนั้น จะรายล้อมไปด้วยต้นซากุระรวมร้อยๆต้น เป็นระยะทางทั้งหมดหลายร้อยเมตร ข้างทางจะประดับไปด้วยโคมไฟ (อย่างที่เห็นในรูปข้างบนครับ) ซึ่งตอนกลางคืนก็จะสวยไปอีกแบบครับ ข้อดีของที่นี่ก็คือจะมีร้านขายอาหาร พวกไส้กรอกปิ้ง ขายน้ำดื่มต่างๆ เดินชิวๆชมดอกซากุระ เมื่อยก็หยุดเดิน หาอะไรทานหน่อย เป็นสโลว์ไลฟ์ที่ดีไม่น้อย ที่นั่งอาจจะหายากหน่อย เพราะมีน้อยมากครับ

จุดหนึ่งที่สวยคือสะพานแดง อย่างในรูปข้างล่างนี้ สีสะพานตัดสีทึมๆของคอนกรีตของคลองทั้งสองด้าน บวกกับโดนประดับด้วยดอกซากุระสะพรั่งเต็มไปหมด สวยสดชื่นดีครับ

การเดินทาง:

  1. Hibiya (สีเทา) และสาย Tokyu-Toyoko (สีชมพู)
    สถานีที่ลง: Naga-meguro สถานีนี้ใกล้สุดครับ
  2. รถไฟสาย Namboku, สาย Yamanote (สาย N หรือ สายสีเขียว), สาย Tokyu Meguro และสาย Mita (สีน้ำเงิน)
    สถานีที่ลง: Meguro สถานีนี้จะใกล้กับสะพานสีแดงมากกว่าครับ (มาอีกทางกับสถานี Naga-meguro ครับ)

 

Ueno Park

เป็นอีกจุดชมซากุระที่พลาดไม่ได้ ทั้งสองข้างถนนภายในสวนนี้ ซึ่งยาวเป็นร้อยๆเมตร จะเห็นผู้คนมานั่งปิ๊กนิค นั่งทานอาหารกันเต็มไปหมด เป็นแนวการชมซากุระของคนญี่ปุ่นกัน เมื่อมีพื้นที่จำกัด หลายๆคนต้องไปจองที่กันแต่เช้าตรู่กันเลยทีเดียว

(*source: www.japan-guide.com)

ไม่ไกลจากถนนหลักที่ผู้คนนั่งปิคนิคกัน ก็มีโซนของร้านขายอาหาร ซึ่งอยู่ในส่วนของศาลเจ้า  (shrine) ไม่ไกลครับ

ถ้าใครอยากลองเฟรนช์ฟรายรสกุ้ง-ซากุระ ต้องมาลองที่ร้าน Wendy’s First Kitchen ที่นี่เลย ร้านอาหารญี่ปุ่น มักจะมีเมนูพิเศษในช่วงเทศกาลต่างๆ ร้านนี้พิเศษหน่อยตรงที่ว่ามีต้นซากุระอยู่ตรงด้านหน้าร้านพอดี ถ้าโชคดีได้นั่งที่ริมหน้าต่าง ทานอาหารไปด้วย ดูซากุระไปด้วย ก็ชิลๆไม่น้อยครับ

การเดินทาง: สถานี Ueno เป็นสถานีใหญ่ครับ มีรถไฟหลายสายวิ่งมาที่นี่ หลักๆก็มี

  1. สาย Ginza (สายสีส้ม) กับสาย Hibiya (สายสีเทา)
    สถานีที่ลง  Ueno ทางออกของสาย Metro นั้นจะใกล้กับโซนร้านอาหารที่ผมแนะนำแถวๆ Ueno Park ครับ
  2. สาย JR Yamanote (สายสีเขียว) กับสาย Keihin Tohoku (สายสีฟ้า)
    สถานีที่ลง  Ueno ทางออกของสถานี JR นั้นจะอยู่ใกล้ กับพิพิธภัณฑ์และสวนสัตว์มากกว่าของ Metro ครับ

เนื่องจากเป็นสถานีที่ใหญ่ อาจจะงงๆหน่อยสำหรับคนที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก แผนที่นี่น่าจะเป็นประโยชน์ครับ

 

Chidorigafuchi

อันนี้เป็นโซนของคลองที่ถูกขุดสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันปราสาทในสมัยเอโด (Edo) ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง ที่นี้มีต้นซากุระอยู่นับร้อยต้น ให้เดินเที่ยวชมได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน ตอนกลางคืนจะมีการฉายไฟหลายสี เป็นสีสรรใหม่ๆของการชมซากุระ ส่วนถ้าใครชอบพายเรือก็ลองดูได้นะครับ เค้ามีบริการให้เช่าพายเรือได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน แต่คิวอาจจะยาวหน่อย ใครอยู่ถึงตอนกลางคืนได้ ก็จะได้บรรยากาศไปอีกแบบจากการสลับแสงสีต่างๆที่เปิดฉายใส่ต้นซากุระ อย่างภาพที่ผมใส่ไว้ให้ดูข้างล่างนี้ครับ

ที่นี่ก็คล้ายๆกับที่ Meguro river ครับ คือไม่สามารถนั่งปิคนิคกันได้ ถ้าใครหิวหรืออยากจะนั่งพัก หาอะไรทาน ก็สามารถไปที่ศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni shrine) ซึ่งอยู่อีกฝั่งของถนน ตรงนั้นจะมีร้านอาหารมากมาย และก็จะเห็นผู้คนนั่งบนพื้น ปิคนิคกันคล้ายๆกับที่ Ueno Park ครับ

การเดินทาง:

  1. สาย Hanzomon (สายสีม่วง) สาย Tozai (สายสีฟ้า) และสาย Toei Shinjuku (สายสีเขียวขี้ม้า)
    สถานีที่ลง: สถานี Kudanshita (ผมแนะนำอันนี้ครับ เพราะจะได้เดินเริ่มจากต้นทาง
  2. สาย Hanzomon (สายสีม่วง)
    สถานีที่ลง: สถานี Hanzomon

 

Shinjuku gyoen

อันนี้เป็นปาร์คที่ใหญ่ และได้เห็นบรรยากาศการปิคนิคของคนญี่ปุ่นจริงๆ ซึ่งต่างจากที่ Ueno Park ที่ผู้คนต้องนั่งกันบนถนนลาดยาง ที่ปาร์คนี้สามารถนั่งกันบนดิน บนหญ้า ใต้ต้นไม้ ได้ใกล้ธรรมชาติเข้ามาอีก อีกอย่างที่นี่หาที่นั่งได้ง่ายกว่าที่ Ueno Park ครับ เพราะมีพื้นที่กว้างกว่าเยอะ และไม่ต้องถึงขนาดไปจับจองแต่เช้า แต่ต้องเสียค่าเข้านิดหน่อย ประมาณ 200 เยน ครับ

ถ้าใครอยากไปลองนั่งปิคนิคเล็กๆ ก็ซื้ออาหารเตรียมเข้าไปนะครับ เพราะข้างในไม่มีร้านขายอาหาร ยกเว้นร้านชา ร้านขายไอศกรีม ซึ่งก็ต้องเดินไกลไม่น้อย แต่ระวังนะครับ เค้าไม่อนุญาติให้เอาของดื่มมึนเมาเข้าไปในสวน และก็สวนจะปิดประมาณสี่โมงครึ่งครับ

 

Showa Kinen Koen

สวนนี้เป็นอีกทีที่ไม่ควรพลาด อยู่ไกลออกมาหน่อย จากใจกลางโตเกียวก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที เป็นปาร์คที่ใหญ่มาก เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวจะไม่มีที่ให้นั่งปิคนิคครับ ถ้าใครชอบถีบจักรยานออกกำลังกาย ต้องที่นี่เลย ใช้เวลาทั้งวันที่นี่ก็ชิลๆดีครับ ข้อดีอีกอย่างของที่นี่ก็คือพื้นทีที่กว้าง จะเห็นผู้คนเอาไม้แบด เอาลูกบอลมาเล่นกัน ฟริสบี้ก็มีครับ หลายคนก็พาสุนัขมาเดินเล่น ดูๆไปก็เพลินดีครับ มีหลายพันธุ์น่ารักๆทั้งนั้น

นอกจากนี้ ที่นี่มียังดอกไม้สีสวยๆหลากหลายพันธุ์ให้ดู เมื่อรายล้อมด้วยต้นซากุระแล้ว เวลามีลมพัดมาเบาๆ ใบซากุระปลิวลอยในอากาศ ก็เสมือนว่าเราหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว

การเดินทาง:

  1. สาย JR Chuo (สายสีส้ม)
    สถานีที่ลง: สถานี Nishi-Tachikawa (ใกล้กับสวนมากกว่า) หรือ สถานี Tachikawa (ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที ตรงสถานีนี้มีห้างและร้านค้ามากมาย อาจจะสะดวกสำหรับใครที่อยากหาอะไรทานก่อนหรือหลังจากไปเดินเที่ยวชมซากุระ)
  2. สาย JR Nambu (สายสีเขียวขี้ม้า)
    สถานีที่ลง: สถานี Tachikawa

Hokkaido Haskapp – ขนมคุ้กกี้สอดไส้แยม Haskapp จากฮอกไกโด

เมื่อวันก่อนผมซื้อขนม Haskapp cookies มา เห็นชื่อแปลกๆและรูปสวยดี ก็เลยซื้อมาลองทานดู จริงๆแล้ว ขนมจากฮอกไกโดส่วนใหญ่อร่อยครับ โดยเฉพาะขนมที่มีนมหรือช็อกโกแลตเป็นส่วนผสม รูปกล่องก็เป็นอย่างที่เห็นในภาพข้างล่างนี้ครับ

ผมก็ลองค้นหาข้อมูลดูว่า Haskapp นี้คือผลไม้ประเภทไหน สรุปได้ความว่าเป็นผลไม้จำพวกเบอร์รี่ และได้รับความนิยมทานกันในรัสเซียกับญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานนับศตวรรษ เพราะรสชาติที่ไม่เหมือนใครและผลประโยชน์ทางสุขภาพ โดยว่ากันว่ามีงานวิจัยค้นพบว่า Haskapp นี้ มีปริมาณสารต่อต้านอณุมูลอิสระมากกว่าเบอร์รี่ป่าถึงเกือบสามเท่า และยังอุดมไปด้วย วิตามิน ซี, anthocyanins, phenolic compounds, และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ไม่แปลกใจเลยที่ชนเผ่าไอนุ (Ainu) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของเกาะฮอกไกโด เรียก Haskapp ว่าเป็นผลไม้เพื่อชีวิตที่ยืนยาวและสายตาที่ดี

ผมใส่ตารางเปรียบเทียบแร่ธาติที่มีใน Haskapp กับผลไม้อื่นๆไว้ข้างล่างสุดของโพ้สนี้เพื่อเป็นข้อมูลครับ พร้อมกับรูปผลไม้ Haskapp ว่ารูปร่างน่าตาเป็นอย่างไง*

แกะกล่อง ลองชิม

  1. ในกล่องมีคุ้กกี้รวมทั้งหมด 8 ซองด้วยกัน แต่ละซองมีหนึ่งชิ้น
  2. เทียบของจริงกับรูปภาพ ผมว่าดูใกล้เคียงกันมากครับ แม้แต่แยมสีแดงๆนั้นก็ยังเยิ้มเหมือนกัน ถ้าไม่ระวังอาจจะหยดเลอะเทอะได้ครับ 🙂

3. ชิมแล้ว รสชาติอร่อยดีครับ กลมกล่อม ไม่เสียใจที่ซื้อมาครับ ถ้าใครชอบคุ้กกี้และมีไส้แยมออกหวานๆเปรี้ยวๆนิดๆ น่าจะชอบนะครับ

 

——————

*สำหรับผู้ที่อยากศึกษา และรู้จัก Haskap เพิ่มเติม

Credit: www.lahavenaturalfarms.com/what-is-haskapp/

haskap-on-branch

Screen Shot 2014-01-07 at 22.20.28 PM

เที่ยวสวนอูเอโนะ (Ueno Park) ทานข้าวที่ไหนดี

Ueno park เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อคุณมาเที่ยวที่โตเกียว ไม่ใช่เพียงแค่สวนอูเอโนะเท่านั้น แต่ยังมีสวนสัตว์ Ueno zoo, พิพิธภัณฑ์ National Museum of Western Art, National Museum of Nature and Science, Tokyo Metropolitan Art Museum, ศาลเจ้า Toshogu shrine, และสระน้ำ Shinobasu ให้เดินหรือถีบเรือเล่นอีกด้วย ถือว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะวันไหนอากาศดี ใช้เวลาทั้งวันที่สวนอูเอโนะก็เป็นไอเดียที่ดีไม่ใช่น้อย

แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง 🙂 ร้านอาหารตรงบริเวณสถานีรถไฟ Ueno ทางด้านห้าง Atre (ซึ่งถ้าคุณเดินทางมาโดยสาย Ginza และเดินตามป้ายชี้ไป Ueno Park คุณก็จะออกมาทางนี้ครับ สังเกตง่ายๆ คือตรงที่ข้ามทางม้าลาย คุณจะเห็นศูนย์อาหาร L’Ueno อยู่ฝั่งตรงข้าม แผนที่คร่าวๆอย่างนี้ครับ (มองเข้าไปข้างในศูนย์อาหาร จะเห็นตัวหนังสือชื่อร้านอาหาร Lotteria ตัวใหญ่ๆ)

Image result for l'ueno* ภาพจาก matcha-jp.com
  1.  ศูนย์อาหาร Lotteria

ผมวงสีแดงไว้สามที่หลักๆ อันแรกคือ Lotteria ภายในมีร้านอาหารและร้านขายขนม อาจจะหาที่นั่งยากหน่อย แต่ไม่ต้องกังวลครับ เค้ามีบริการหาที่นั่งให้ลูกค้าฟรี เพียงแค่เดินไปยังประตูทางเข้าตรงที่มีร้านเบเกอรี่ Wholesome อยู่ ก็จะมีป้ายเขียนว่า (ห้อยจากเพดาน) Customer Seating Information Point จะมีพนักงานถือป้ายเขียนเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วยครับ ในรูปตรงที่ลุงเสื้อแดงยืนอยู่นั่นแหละครับ อาจจะต้องต่อแถวรอหน่อย แต่ไม่นานครับ ได้ที่นั่งแน่นอน 🙂

ในนี้มีร้านอาหารอยู่พอสมควร ที่น่าสนใจสำหรับท่านที่มีเด็กน้อยมาด้วย ทางศูนย์อาหารเค้ามี Family Space ให้ด้วยนะครับ ผมเห็นมีป้ายวางไว้บนโต๊ะว่ามีคนจองไว้ ก็เข้าใจว่าคงจะจองโต๊ะได้ ส่วนทำอย่างไงนั้นตอนนี้ผมยังไม่มีข้อมูล ไว้มีแล้วจะมาเขียนเพิ่มเติ่มทีหลัง

อีกส่วนที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือร้านขายเบเกอรี่ที่อยู่ทั้งสองประตูเข้า ร้านที่ชื่อว่า Wholesome มีขนมปังรูปแพนดาและสัตว์อื่นๆ ดูแล้วน่าทานมาก จะเห็นเด็กๆสนใจร้านนี้กันเป็นพิเศษ สำหรับท่านที่ไปกันหลายๆคน หรืออยากลองชิมขนมหลายๆชิ้น เค้ามีขายเป็นกล่องใหญ่ด้วย โดยราคาอยู่ที่ 1,000 เยน รวมแล้วถูกกว่าซื้อแยกชิ้นครับ

2. Atre shopping mall

Atre shopping mall (Atre Ueno) อยู่ตรงสถานีรถไฟ อย่างที่เห็นในแผนที่ภาพข้างบน ในนี้มีร้านอาหารอยู่หลายแห่งเหมือนกัน ต้องเดินขึ้นไปชั้นสองนะครับ ผมไม่มีรูปภาพมาให้ดู แต่น่าจะหาไม่ยากครับ

3. ร้านราเมน

ตรงนี้คือที่วงกลมสีแดงในแผนที่ ใกล้ๆกับ Lotteria ตรงนี้จะมีร้านราเมนอยู่สองร้านครับ รูปข้างล่างนี้เป็นรูปร้านราเมน อิชิรัน (Ichiran) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ราเมนข้อสอบครับ คิวอาจจะยาวหน่อย คิวอย่างในรูปข้างล่างนี้อาจจะต้องรอประมาณ 20 ถึง 30 นาทีครับ

 

4. Museum cafe (National Museum of Western Art)

ผมยังไม่เคยไปลองทานครับ ตั้งใจว่าคราวหน้าไปแถวนั้นจะไปลองดู บรรยากาศดูน่านั่งมาก มีวิวต้นไม้และตึกสีเขียว ท้องฟ้าใสๆให้ดูครับ

5. KFC

สำหรับคนที่ชอบไก่เคเอฟซี หรือว่ามีเวลาไม่มาก ร้านนี้ก็อยู่ไม่ไกลครับ เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานี ร้านเล็กๆ แต่ก็มีที่นั่งให้ครับ ที่สำคัญ เค้ามีส่วนลด 10% สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ต้องแสดงพาสปอร์ตนะครับ

ใกล้ๆกันก็มีร้านอาหารอื่นๆอีกนะครับ ติดกันรู้สึกจะเป็นร้านอาหารอิตาลี (พิซซ่า พาสต้า) ส่วนข้างบนเป็นร้านขายไก่เหมือนกัน แต่เป็นของญี่ปุ่นครับ

 

6. Ameya Yokocho (Ameyoko)

ตลาด Ameza Yokocho หรือที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันในนามของ Ameyoko เป็นตลาดที่มีร้านค้า ร้านอาหารอยู่นับร้อยๆร้าน เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งของเมืองหลวงที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยครับ

* ภาพจาก es.foursquare.com

 

การเดินทาง

สถานี Ueno เป็นสถานีใหญ่ครับ มีรถไฟหลายสายวิ่งมาที่นี่ หลักๆก็มี Metro สาย Ginza (สายสีส้ม) กับสาย Hibiya (สายสีเทา) และก็รถไฟ JR Yamanote (สายสีเขียว) กับสาย Keihin Tohoku (สายสีฟ้า)

เนื่องจากเป็นสถานีที่ใหญ่ อาจจะงงๆหน่อยสำหรับคนที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก แผนที่นี่น่าจะเป็นประโยชน์ครับ

ชมพระอาทิตย์อัสดง กับ Rainbow bridge ที่โอไดบะ (Odaiba)

Odaiba หรือโอไดบะ เป็นเกาะที่ถูกสร้างขึ้นมาในอ่าวโตเกียว (Tokyo Bay) โดยในช่วงหลังๆนี้ได้กลายเป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ คนท้องถิ่นเองก็มาใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจ ช้อปปิ้ง ดูหนัง และทานอาหารกันที่นี่

ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจโดยเฉพาะเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก จะเริ่มเห็นมีผู้คนมาตั้งกล้องกันหนาตากันพอควร ตลอดทั้งชายฝั่ง อย่างในรูปข้างบนนี้ ซึ่งจะเห็นสะพาน Rainbow bridge อยู่เบื้องหน้า และภาพข้างล่างที่หันไปในทางทิศตะวันตกก็สามารถชมท้องฟ้ายามพระอาทิตย์อัสดงได้ครับ

 

เดินเล่นผ่อนคลาย ดูท้องฟ้ายามพระอาทิตย์อัสดง

เราสามารถลงไปเดินริมน้ำได้ ยิ่งถ้าอากาศเย็นๆหน่อย ถือเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกไม่น้อยเลยทีเดียว หรือใครที่อยากจะมาวิ่งออกกำลังกายตอนเย็น ก็สามารถทำได้ หรือถ้าเดินเที่ยวมาทั้งวันแล้ว อยากพัก ผ่อนคลายสักหน่อย วิวที่นี่ถือว่าดีมากทีเดียว เย็นสบาย ได้ยินเสียงคลื่นเบา มีน้ำ มีพระอาทิตย์ มีท้องฟ้า สบาย …

 

Rainbow bridge

ไฮไลท์ไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อพระอาทิตย์ตก Rainbow bridge ที่ดูเรียบๆไม่มีสีสันอะไร ก็จะกลายเป็นจุดสนใจของผู้คน พร้อมทั้งรูปปั้นจำลองเทพีเสรีภาพและ Tokyo Tower ที่เห็นอยู่ใกล้ๆนั้น ก็สวยใช่ย่อยเช่นกันครับ ข้างล่างนี้ผมเอามาให้ดูอีกมุมหนึ่ง

ในที่เดียวกันนี้ ก็มีห้างสรรพสินค้า Aqua City Odaiba ซึ่งมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟภายในมากมาย ต่อกันติดกับตึกนี้ (ไม่เห็นในภาพ)ก็เป็นอีกห้างหนึ่งชื่อ Tokyo Deck ในนั้นก็มีร้านอาหารและร้านขาย และอื่นๆอีกมากมาย ลองเข้าไปดูในเวปไซต์ของห้างทั้งสองนี้ดูนะครับ เผื่อมีอะไรที่น่าสนใจ

(Source: https://www.odaiba-decks.com/en/decks/)

สำหรับใครที่อยากนั่งชมวิว Rainbow bridge พร้อมจิบกาแฟและทานขนมเค้ก ร้านกาแฟนี้ก็ไม่น่าทำให้ผิดหวังครับ เป็นร้านมีขายของเกี่ยวกับแอนิเมญี่ปุ่นด้วยครับ รูปภาพ เสื้อผ้าและของใช้เล็กๆน้อยๆ ร้านนี้ชื่อว่า Noitaminashoppu (โน อิ ตะ มิ นะ ช็อบ ปุ) อยู่ชั้น 4 ของ Aqua City Odaiba ครับ วิวจากร้านก็อย่างที่เห็นข้างล่างครับ หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เวปของร้านครับ

ร้านเปิด 11:00 ถึง 21:00 (แต่ปิดรับสั่งอาหารตอน 20:00 นะครับ)

(Source: http://www.noitamina-shop.com)

 

Odaiba Rainbow Fireworks

ถ้าใครได้มาเที่ยวช่วงเดือนธันวาคม ที่นี่จะมีโชว์ Odaiba Rainbow Fireworks ครับ โดยจะมีการแสดงจุดพุกันทุกวันเสาร์ของเดือนธันวาคม เริ่มตอนหนึ่งทุ่มและจะแสดงเพียง 10 นาทีเท่านั้น จะให้ดีให้ไปถึงสักช่วงบ่ายๆ ทันรอพระอาทิตย์ตก มีเวลาสักหน่อยเพื่อไปเดินเล่นริมน้ำเพื่อให้มาอยู่รอดูพุให้ทันก่อนเค้าเริ่ม เพราะมีผู้คนรอมาดูกันหนาตาพอควร อาจจะหาตำแหน่งดูพุดีๆได้ยาก จุดที่ผมแนะนำคืออยู่ตรงริมน้ำ ตามรูปแผนที่ข้างล่างนี้ครับ (ตรงที่เป็นดาวสีแดง) เมื่อเดินลงบันได ให้เดินอ้อมเหล็กกันเพื่อลงไปข้างล่างตรงริมน้ำ ถ้ามีอะไรไปรองนั่งสักหน่อยหน่อยก็ดีครับ ลมอาจจะแรงและหนาว ใส่เสื้อผ้าให้อุ่นๆนะครับ จะได้ดื่มดั่มกับบรรยากาศได้โดยไม่ต้องทรมานกับความหนาว

 

Toyota City Showcase

ถ้ามีเวลามากหน่อย ใกล้ๆกันก็มีศูนย์โชว์รถยนต์ของโตโยต้า น่าสนใจไม่น้อยครับ โซนนี้ก็เป็นอีกโซนช้อปปิ้งอีกที่หนึ่ง มีร้านอาหารและก็ร้านค้าให้เดินดูไม่น้อยเลย ให้ไปลงสถานี Aomi ของรถไฟสาย Yurikamome (สีชมพู) ในแผนที่ข้างล่างครับ

 

การเดินทาง Odaiba

มีรถไฟสองสายด้วยกัน

  1. สายสีชมพู (Yurikamome)- สายนี้วิ่งข้ามบนสะพาน Rainbow bridge และวิ่งเหนือดิน เหมือนรถไฟฟ้าบ้านเรา ทำให้เราได้เห็นวิวทิวทัศน์ สวยดีครับ ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน รถไฟไม่มีคนขับ ทำให้เราสามารถนั่งได้หน้าสุด  เพราะฉะนั้นถ้าอยากถ่ายรูปหรือเห็นวิวสวยๆ ให้รอขึ้นนั่งด้านหน้าครับโดยที่ไม่ต้องมีคนนั่งบังเรา
    ส่วนสถานีลง: ลงที่สถานี Daiba ครับ จริงแล้วจะลงที่ Odaiba-kaihinkoen ก็น่าจะได้เหมือนกัน
  2. สีน้ำเงิน (Rinkai Line)
    ส่วนสถานีลง: ลงที่สถานี Tokyo Teleport ครับ

*Source: www.bigsight.jp

ข้างล่างนี้คือตัวอย่างภาพที่ผมถ่ายมาระหว่างนั่งรถไฟสาย สีชมพู (Yurikamome) ไป Odaiba ครับ